Update ข่าวสารไอที ราคามือถือ ราคา iPhone iPad

Nokia-1

3 กันยายน 2556 – ไมโครซอฟท์ (Microsoft) บริษัทซอฟท์แวร์ยักษ์ใหญ่เจ้าของผลิตภัณฑ์วินโดวส์ ประกาศเข้าซื้อกิจการ โนเกีย (Nokia) บริษัทผู้ผลิตมือถือรายใหญ่ของโลก ในแผนกธุรกิจอุปกรณ์และการบริการ เป็นการรวมระหว่าง 2 ผู้ผลิตซอฟท์แวร์ระบบปฏิบัติการณ์มือถือ วินโดวส์โฟน (Windows Phone) เข้ากับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สมาร์ทโฟนตระกูลลูเมีย (Lumia) อย่างเป็นทางการด้วยจำนวนเงินสูงถึง 5.44 พันล้านยูโร หรือประมาณ 2.3 แสนล้านบาท

Nokia-2

คณะผู้บริหารของทั้ง 2 บริษัทประกาศยืนยันผ่านเว็บไซต์ของไมโครซอฟท์อย่างเป็นทางการว่า “โนเกีย” ได้ตกลงที่จะขายแผนกธุรกิจอุปกรณ์และการบริการ ให้กับ “ไมโครซอฟท์” ด้วยจำนวนเงิน 3.79 พันล้านยูโร สำหรับการเข้าซื้อแผนกดังกล่าวทั้งหมด รวมทั้งอีก  1.65 ล้านยูโร สำหรับสิทธิบัตรต่างๆของโนเกีย รวมแล้วเป็นมูลค่า 5.44 พันล้านยูโร หรือประมาณ 2.3 แสนล้านบาท คาดว่าการซื้อขายครั้งนี้จะเสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์ภายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2014

หลังจากที่โนเกียตัดสินใจเลือกใช้ระบบปฏิบัติการณ์ “วินโดวส์โฟน” ในมือถือตระกูล “ลูเมีย” ของตัวเองมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2554 ทั้งไมโครซอฟท์และโนเกียต่างก็ร่วมมือกันผลักดันให้ “วินโดวส์โฟน” กลายเป็นระบบปฏิบัติการณ์มือถือที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก คาดกันว่าไมโครซอฟท์ต้องการจะมีส่วนร่วมในการผลักดันนวัตกรรมใหม่ๆให้มาก ยิ่งขึ้นไปอีก จึงเป็นเหตุผลให้ไมโครซอฟท์ตัดสินใจเข้าซื้อกิจการค่ายมือถือที่เป็นผู้สนับ สนุนระบบวินโดวส์โฟนรายใหญ่ที่สุดอย่างโนเกียในที่สุด

Nokia-3

ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีรายงานว่าไมโครซอฟท์เคยยื่นข้อเสนอเพื่อซื้อกิจการของโนเกียมาก่อนแล้วแต่ ไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งถึงตอนนี้ โดย สตีฟ บัลเมอร์ ซีอีโอของไมโครซอฟท์ ออกมากล่าวว่า การซื้อกิจการโนเกียนับเป็น “ก้าวที่กล้าหาญเพื่อมุ่งสู่อนาคต” พร้อมกับได้ยกตัวอย่างให้ โนเกีย ลูเมีย 1020 สมาร์ทโฟนระบบวินโดวส์โฟน 8 พร้อมกล้องคุณภาพสูงสุด 41 ล้านพิกเซล ว่าเป็นผลผลิตทางนวัตกรรมชิ้นเยี่ยมของ 2 บริษัทนั่นเอง ในขณะที่ส่วนของมือถือตระกูล “อาช่า (Asha)” ซึ่งเป็นมือถือระดับราคาประหยัดของโนเกียที่ไม่ได้ใช้ระบบวินโดวส์โฟน ก็รวมอยู่ในการซื้อกิจการครั้งนี้ด้วย แต่ทางไมโครซอฟท์ก็กล่าวว่าจะยังคงมีการสนับสนุน โนเกีย อาช่า ต่อไปในฐานะของ “บันไดสู่มือถือวินโดวส์โฟน” ต่อไป

ที่มา : MSN